เคยสงสัยหรือไม่ว่าอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละวันมีผลต่ออาการของโรคหอบหืดหรือไม่? สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ การควบคุมอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการกำเริบของโรคได้ ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการอักเสบในทางเดินหายใจ แต่ในทางกลับกัน อาหารบางชนิดก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหรืออาการแพ้ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้ ในบทความนี้ OMRON จะพาไปดูว่าโรคหอบหืด ห้ามกินอะไรบ้าง? เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและมีสุขภาพที่แข็งแรง
การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นตัวจุดชนวนที่ทำให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้นได้ ผู้ป่วยจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยง 5 กลุ่มอาหารหลักต่อไปนี้

แม้ว่านมจะเป็นแหล่งของแคลเซียมที่ดี แต่สำหรับผู้ป่วยหอบหืดบางราย การดื่มนมวัวหรือผลิตภัณฑ์จากนม อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเสมหะและมูกมากขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจอุดตันและหายใจลำบากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นมวัวยังมีสารก่อภูมิแพ้ที่อาจทำให้อาการแย่ลงได้ ควรพิจารณาเลือกดื่มนมจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์หรือนมโอ๊ตแทน

อาหารแปรรูป (Processed Foods) ส่วนใหญ่อุดมไปด้วยเกลือ น้ำตาลสูงและไขมันทรานส์ ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบในร่างกาย รวมถึงมีการใช้สารกันบูด สารปรุงแต่งและซัลไฟต์ (Sulfite) ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดในผู้ป่วยบางราย การลดอาหารเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมอาการ


การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิเย็นจัดอย่างรวดเร็ว เช่น ไอศกรีมหรือน้ำแข็ง อาจทำให้เกิดการหดเกร็งของหลอดลมอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาการหอบหืดกำเริบอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานในปริมาณที่น้อยที่สุด

ผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน ขนุนหรือลำไย แม้จะอร่อยและให้พลังงานสูง แต่ตามหลักการแพทย์แผนจีน เชื่อว่าผลไม้เหล่านี้มีฤทธิ์ร้อน การบริโภคมากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบและทำให้ร่างกายมีความร้อนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ปอดทำงานหนักขึ้น และกระตุ้นอาการหอบหืดได้
นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการแล้ว การเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นสิ่งจำเป็นอาหารเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกัน
ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบอร์รีสีเข้ม ผักใบเขียว แครอท มะเขือเทศ ที่มีวิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนสูง มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและลดการตอบสนองของอาการแพ้ ช่วยลดการอักเสบของทางเดินหายใจ และช่วยให้การทำงานของปอดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) และเมล็ดเจีย ช่วยลดการอักเสบของหลอดลม ลดความไวของทางเดินหายใจต่อสิ่งกระตุ้น ส่งผลดีต่อการควบคุมอาการหอบหืดในระยะยาว
อาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมและวิตามินดี เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ไข่แดง เห็ด เพราะแมกนีเซียมช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อของหลอดลม ลดการหดเกร็งของทางเดินหายใจ ซึ่งอาจช่วยลดอาการแน่นหน้าอกและหายใจติดขัดได้ ในขณะที่วิตามินดีมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยควบคุมการอักเสบของร่างกาย ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบ
อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นความหลากหลาย เลือกวัตถุดิบที่สดใหม่และควบคุมปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ควบคู่ไปกับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้สามารถควบคุมอาการหอบหืดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ในระยะยาวได้
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและมีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งรวมถึงการจัดการกับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ นอกเหนือจากอาหาร เช่น
หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นในสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ มลภาวะ สารเคมีหรือสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ควรทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่แออัด หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากเพื่อช่วยลดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ
ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำหรือโยคะ และอย่าลืมอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงของอาการหอบกำเริบ
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากน้ำหนักเกินอาจเพิ่มภาระต่อระบบทางเดินหายใจและกระตุ้นอาการหอบหืดได้
ใช้ยาหรือเครื่องพ่นละอองยาอย่างถูกต้อง หากมีอาการกำเริบ ควรใช้เครื่องพ่นยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และพกติดตัวไว้เสมอในกรณีฉุกเฉิน
เข้ารับการตรวจสุขภาพและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพปอดและปรึกษาแพทย์เป็นระยะ เพื่อประเมินการควบคุมโรคและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

หากถามว่าโรคหอบหืด ห้ามกินอะไรบ้าง? ต้องบอกก่อนว่า หอบหืดเป็นโรคที่ต้องดูแลตัวเองอย่างใส่ใจในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้อาการหอบกำเริบได้ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแนวโน้มกระตุ้นอาการ เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารแปรรูป อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส อาหารหรือเครื่องดื่มเย็นจัด รวมถึงผลไม้บางชนิดที่อาจเพิ่มการอักเสบของร่างกาย ในขณะเดียวกัน ควรเลือกทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ เช่น ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารที่มีโอเมก้า 3 แมกนีเซียมและวิตามินดี ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นรอบตัวและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้สามารถควบคุมอาการหอบหืดได้ดีขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว
เพื่อการดูแลอาการหอบหืดอย่างรอบด้าน การมีเครื่องพ่นละอองยา OMRON ที่ใช้งานง่ายติดบ้านไว้ จะช่วยให้สามารถรับมือกับอาการหอบกำเริบได้อย่างทันท่วงที ทำให้การดูแลสุขภาพทางเดินหายใจเป็นไปอย่างสะดวก ทั้งนี้ การเลือกใช้และการใช้งานควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Lazada และ Shopee ได้แล้ววันนี้ พร้อมบริการจัดส่งเครื่องพ่นละอองยาถึงหน้าบ้านคุณทั่วประเทศ!
ผู้ป่วยหอบหืดบางรายอาจไม่มีปัญหาในการทานนมวัว แต่สำหรับหลายคนนมวัวอาจกระตุ้นการผลิตเสมหะและทำให้อาการกำเริบได้ หากสงสัยว่านมวัวเป็นตัวกระตุ้นหรือไม่ ควรลองงดทานชั่วคราวแล้วสังเกตอาการหรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือกอื่น
ขนมหวานและอาหารแปรรูปส่วนใหญ่มีสารปรุงแต่งและน้ำตาลสูง ซึ่งสามารถส่งเสริมการอักเสบทั่วร่างกายและอาจมีสารกันบูดที่เป็นสารกระตุ้นอาการหอบหืด ควรเลือกทานอาหารสดและปรุงเองจะปลอดภัยที่สุด
อาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปมักมีปริมาณโซเดียม (เกลือ) และสารกันบูดในระดับสูง ซึ่งสามารถกระตุ้นอาการหอบหืดได้ การรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจึงเป็นอันตราย ผู้ป่วยควรเน้นอาหารที่ปรุงสดใหม่และอุ่นร้อนตามปกติแทนการบริโภคอาหารเย็นจัดหรืออาหารที่มีสารเคมีสูง
ขอบคุณข้อมูลจาก
คุณสุชญา สาธิตพิฐกุล. (2023). อเมก้า 3 (OMEGA 3) สารอาหารสำคัญ อุดมคุณประโยชน์. สืบค้นจาก https://www.medparkhospital.com/lifestyles/omega-3-health-benefits-of-nutrition
Annette McDermott. (2025). Asthma and Your Diet: What to Eat and What to Avoid. สืบค้นจาก https://www.healthline.com/health/asthma/asthma-diet
ECARF. (2021). Omega-3 could prevent asthma in children. สืบค้นจาก https://www.ecarf.org/en/omega-3-could-prevent-asthma-in-children/
Paul Frysh. (2024). Asthma and Your Diet: Foods That Help and Hurt. สืบค้นจาก https://www.webmd.com/asthma/ss/slideshow-asthma-and-your-diet
Queen Mary, University of London. (2021). Consuming omega-3 fatty acids could prevent asthma. สืบค้นจาก https://www.qmul.ac.uk/media/news/2021/smd/consuming-omega-3-fatty-acids-could-prevent-asthma.html
|
บทความก่อนหน้า หายใจลำบาก หายใจไม่เต็มปอด เกิดจากอะไร รักษาและป้องกันอย่างไร |
บทความถัดไป |