การดูแลสุขภาพ

5 วิธีลดไข้เบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้าน ทำอย่างไรให้ไข้ลด

Jul 04, 2026

วิธีลดไข้ที่ถูกต้อง ทำอย่างไรให้ไข้ลดด้วยตัวเองที่บ้าน 

วิธีลดไข้ 

อาการไข้ขึ้นตัวร้อนเป็นปัญหาสุขภาพพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อร่างกายเผชิญกับสิ่งแปลกปลอม บทความนี้ เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เพื่อช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น พร้อมป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อาการไข้ เกิดจากอะไร 

ไข้ (Fever) คือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปหากอุณหภูมิร่างกายสูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือว่ามีไข้ ซึ่งสาเหตุของไข้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น 

  • การติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย

  • การอักเสบภายในร่างกาย

  • ภาวะภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติ

  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

  • การได้รับความร้อนมากเกินไป 

อย่างงไรก็ตาม ไข้ถือเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค แต่หากมีไข้สูงต่อเนื่องหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ 

5 วิธีลดไข้เบื้องต้น 

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการตัวร้อน สามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองเพื่อให้อุณหภูมิร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ด้วย 5 วิธีลดไข้เบื้องต้น ดังต่อไปนี้ 

วิธีลดไข้ 

 

1. เช็ดตัวลดไข้ 

การเช็ดตัวเป็นวิธีลดไข้ที่เห็นผลได้รวดเร็วที่สุด โดยควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเด็ดขาด ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด เช็ดผิวย้อนทิศทางการไหลของรูขุมขนเพื่อเปิดรูขุมขนระบายความร้อน และควรวางผ้าพักไว้ตามจุดข้อพับต่าง ๆ เช่น รักแร้ ขาหนีบ และซอกคอ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของหลอดเลือดใหญ่ 

2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 

เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น จะเกิดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนังและการหายใจมากกว่าปกติ การดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ จะช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียไป และช่วยให้ร่างกายขับความร้อนออกทางปัสสาวะได้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้จิบน้ำบ่อย ๆ แทน การดื่มครั้งเดียวทีละเยอะ ๆ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้  

3. พักผ่อนให้เต็มที่ 

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก และสวมใส่เสื้อผ้าที่เบาสบาย ไม่หนาหรือรัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้สะดวก 

 4. ทานยาลดไข้ตามความเหมาะสม 

สามารถรับประทานยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อบรรเทาอาการ โดยต้องคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัว เช่น 10 - 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และทานห่างกันทุก 4 - 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ไม่ควรทานยาถี่เกินไปเพื่อป้องกันอันตรายต่อตับ 

5. หมั่นวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างสม่ำเสมอ 

สิ่งสำคัญที่สุดในการประเมินอาการ คือการตรวจเช็กอุณหภูมิร่างกาย เพราะฉะนั้น ควรมีที่วัดไข้ดิจิตอล ติดไว้ที่บ้าน ไว้ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อที่จะได้วางแผนวิธีลดไข้ในขั้นตอนต่อไปได้อย่างถูกต้อง โดยควรวัดไข้ทุก ๆ 2 - 4 ชั่วโมงเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย 

สัญญาณอันตราย! มีไข้แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ 

แม้ว่าจะทราบวิธีลดไข้ด้วยตัวเองแล้ว แต่หากพบว่ามีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไอจามรุนแรง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียน ซึมลง หรือมีอาการชัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การมีเครื่องวัดความดันไว้ตรวจเช็กสัญญาณชีพควบคู่กันเมื่อมีไข้ หากพบความดันโลหิตต่ำ หรือชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที 

ป่วย 

 

สรุปบทความ 

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีเมื่อมีไข้ ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดตัวระบายความร้อน การดื่มน้ำสะอาด และการพักผ่อนให้เพียงพอ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ การหมั่นสังเกตอาการด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิและเครื่องวัดความดันโลหิตประจำบ้าน ยังช่วยให้เราทราบสัญญาณชีพเบื้องต้น ซึ่งหากพบค่าที่ผิดปกติ หรืออาการไข้ไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป 

 

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อาบน้ำเย็นหรือใช้น้ำแข็งประคบ ช่วยลดไข้ได้เร็วขึ้นหรือไม่? 

ไม่ควร เนื่องจากการใช้น้ำเย็นจัด หรือน้ำแข็งจะทำให้หลอดเลือดฝอยที่ผิวหนังหดตัว ส่งผลให้ร่างกายกักเก็บความร้อนไว้ภายใน และอาจกระตุ้นให้เกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งจะยิ่งทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม 

ควรวัดไข้จุดไหนถึงจะได้ค่าที่ถูกต้อง? 

การวัดไข้สามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งทางปาก ทางรักแร้ ทางหู หรือทางหน้าผาก ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะมีค่ามาตรฐานแตกต่างกันเล็กน้อย สิ่งสำคัญคือต้องเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของตัวเครื่องอย่างถูกต้องเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง 

ถ้ากินยาลดไข้แล้วไข้ยังไม่ลด ควรทำอย่างไร? 

ในระหว่างนี้ควรเน้นการเช็ดตัวลดไข้อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยระบายความร้อน หากทานยาตามรอบและเช็ดตัวแล้วไข้ยังไม่ลดลงภายใน 2 - 3 วัน แนะนำให้ไปพบแพทย์ 

คนท้องสามารถกินยาลดไข้ได้หรือไม่?  

หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอลได้ตามความจำเป็นเมื่อมีไข้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ และหลีกเลี่ยงการซื้อยาลดไข้แก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) มารับประทานเองเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก 

 

 

วิดีโอยอดนิยม
ติดตามเรา
|ถูกใจ
วิดีโอยอดนิยม
ติดตามเรา
|ถูกใจ