

แหล่งกำเนิดของฝุ่น PM 2.5 จากธรรมชาติมักเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ตามฤดูกาล เช่น ควันไฟป่าในช่วงฤดูร้อน การปะทุของภูเขาไฟหรือพายุฝุ่น ซึ่งฝุ่นละอองจากธรรมชาติเหล่านี้สามารถลอยกระจายอยู่ในอากาศเป็นบริเวณกว้าง และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต่าง ๆ ตามทิศทางลม เพราะฝุ่นเหล่านี้สามารถถูกพัดพาไปยังพื้นที่เมืองหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกล ทำให้ระดับฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น แม้ในบริเวณที่ไม่ได้เกิดไฟป่าโดยตรง
ฝุ่น PM 2.5 ส่วนใหญ่ในเขตเมืองมักมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ได้แก่
มลพิษทางอุตสาหกรรม จากการปล่อยควัน ก๊าซและสารเคมีจากปล่องโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานที่ขาดระบบบำบัดอากาศที่มีประสิทธิภาพ ฝุ่น PM 2.5 จากภาคอุตสาหกรรมมักปะปนกับสารอันตราย เช่น โลหะหนักและสารก่อมะเร็ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ
การเผาไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก หรือการเผาขยะในชุมชน ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ที่สำคัญ การเผาไหม้เหล่านี้ปล่อยทั้งก๊าซพิษและฝุ่นละอองจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ และสามารถแพร่กระจายไปได้ไกลตามกระแสลม
ยานพาหนะ โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดเขม่าควันและฝุ่นขนาดเล็ก รวมถึงควันดำจากรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งสะสมในอากาศตามท้องถนนและพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยหรือทำงานในเมืองมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 สะสมเป็นเวลานาน ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบและแสดงสัญญาณเตือนผ่านอาการผิดปกติต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนี้
ระบบทางเดินหายใจ ฝุ่น PM 2.5 สามารถระคายเคืองเยื่อบุจมูกและหลอดลม ทำให้เกิดอาการไอ จาม มีเสมหะ แน่นหน้าอกและหายใจลำบาก อีกทั้งยังอาจกระตุ้นให้โรคระบบทางเดินหายใจเดิมกำเริบ เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคหอบหืด ซึ่งอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นกว่าปกติได้
อาการแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน ฝุ่น PM 2.5 มีสารก่อการระคายเคืองและสารก่อภูมิแพ้ปะปนอยู่จำนวนมาก เมื่อร่างกายได้รับซ้ำ ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย หรือผื่นแพ้ตามผิวหนังได้
อาการระคายเคืองผิวหนัง การสัมผัสฝุ่น PM 2.5 โดยตรงสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคือง เกิดผื่นคัน สิวอักเสบหรือผิวแพ้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากฝุ่นขนาดเล็กสามารถเกาะติดผิวและกระตุ้นการอักเสบของผิวหนัง
อาการระคายดวงตา ฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าตาได้ง่าย ทำให้เกิดอาการตาแดง แสบตา ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา หากสัมผัสเป็นเวลานานอาจทำให้ตาแห้งและอักเสบได้
ระบบหัวใจและหลอดเลือด PM 2.5 สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นการอักเสบของหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจเดิมอยู่แล้ว
นอกจากการติดตามค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อย่างสม่ำเสมอแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ คุณสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยวิธีดังนี้
หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เช่น การออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง เพราะจะทำให้หายใจเอาฝุ่นเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ เช่น หน้ากากที่ได้มาตรฐาน N95 หรือ KN95 เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ที่สามารถกรองอากาศที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ได้ไว้ภายในบ้านหรือห้องนอน เพื่อช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กและลดการสะสมของฝุ่นในอากาศ
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและลดความระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจ
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อชะล้างฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในโพรงจมูก ช่วยลดการระคายเคืองและลดโอกาสเกิดอาการแพ้หรือการอักเสบของทางเดินหายใจ
ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ โดยใช้ผ้าชุบน้ำหรือเครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรองละเอียด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นภายในบ้าน
ใช้แอปพลิเคชันเช็กค่าฝุ่นและคุณภาพอากาศ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชั่นเช็กคุณภาพอากาศที่แสดงค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) รายพื้นที่ พร้อมการคาดการณ์ล่วงหน้า ทำให้สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น เลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงค่าฝุ่นสูง หรือเลือกช่วงเวลาที่อากาศดีกว่าสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหอบหืด ฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ทางเดินหายใจ ไปกระตุ้นให้หลอดลมเกิดการอักเสบเฉียบพลันและตีบแคบลง ส่งผลให้เกิดอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอและหอบเหนื่อยได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หากต้องสูดดมฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความถี่และความรุนแรงของการกำเริบของโรค จนนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ในกรณีที่อาการเริ่มรุนแรงหรือมีการกำเริบ การมีเครื่องพ่นละอองยาติดบ้านไว้ก็จะช่วยให้สามารถบรรเทาอาการได้ โดยเฉพาะเครื่องพ่นละอองยา จาก OMRON ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ โดยช่วยเปลี่ยนยาจากของเหลวให้เป็นละอองฝอยขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ปอดได้ ทั้งนี้การใช้งานเครื่องพ่นละอองยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้งาน และอ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้งาน

PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว การเข้าใจแหล่งที่มาและผลกระทบของฝุ่นชนิดนี้ จะช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หรือการดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอาการกำเริบและภาวะแทรกซ้อนจากฝุ่น PM 2.5 ในชีวิตประจำวัน
หากต้องการดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจให้พร้อมรับมือกับฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยหอบหืดและผู้ที่มีความเสี่ยง การมีเครื่องพ่นละอองยาไว้ที่บ้านถือเป็นผู้ช่วยสำคัญในการบรรเทาอาการทางระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างทันท่วงทีเมื่อมีอาการกำเริบ ทั้งนี้การใช้งานเครื่องพ่นละอองยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้งาน และอ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้งานทุกครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อเครื่องพ่นละอองยาและอุปกรณ์ดูแลสุขภาพจาก OMRON ได้ที่ร้านขายชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านร้านค้าออฟฟิเชียล Lazada และ Shopee ได้แล้ววันนี้
ควรอยู่ภายในอาคารที่ปิดมิดชิด หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่าง และสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกไปข้างนอก
ควรใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างน้อย 95% และต้องสวมใส่ให้กระชับแนบสนิทกับใบหน้า หากเป็นหน้ากากอนามัยธรรมดาจะไม่สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากมีน้ำหนักเบามาก ฝุ่น PM 2.5 สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ และอาจเดินทางไปได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรตามกระแสลม หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้างหรือไม่มีลมพัดแรงพอที่จะกระจายฝุ่นออกไป
ขอบคุณข้อมูลจาก
เนาวรัตน์ ตั้งบำรุงธรรม. (2025). ฝุ่น PM 2.5 ละอองเล็กจิ๋ว แต่ส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพ. สืบค้นจาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/ฝุ่น-pm-2-5-ละอองเล็กจิ๋ว-แต่ส/
ภคินี จียโชค. (ม.ป.ป.). PM 2.5 คืออะไร. สืบค้นจาก https://www.phyathai.com/th/article/2884-pm2_5_คืออะไร_pyt3?srsltid=AfmBOoruS3qbA0ZsFwRzhAuLbYjdZpkH05gSO1NrAQi3_V2WcwlP8M_y
โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์. (2024). pm 2.5 คืออะไร เกิดจากอะไร ทำความเข้าใจและป้องกันฝุ่นไปพร้อมกัน. สืบค้นจาก https://samitivejchinatown.com/th/article/health/what-is-pm-2.5
Greenpeace Thailand. (2022). ค่าฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ต่างจาก AQI ยังไง แล้วทำไมต้องปรับ?. สืบค้นจาก https://www.greenpeace.org/thailand/story/23354/climate-airpollution-what-is-pm2-5-standard/
|
บทความก่อนหน้า โรคหอบหืด ห้ามกินอะไรบ้าง? เพื่อป้องกันอาการหอบกำเริบ |
บทความถัดไป |