
อาการปวดเมื่อยตามตัวอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่หากความปวดนั้นแหลมลึก มีอาการบวม หรือตึงรั้งจนขยับตัวลำบาก นั่นอาจเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้รับความเสียหายหรือเกิดการระคายเคือง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขพฤติกรรมต้นเหตุ อาจนำไปสู่อาการเรื้อรังที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว การทำความเข้าใจสาเหตุและเช็กพฤติกรรมเสี่ยงจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงสภาพร่างกายภายใน โดยหลักๆ มักเกิดจากการที่เส้นใยกล้ามเนื้อถูกดึงรั้งหรือใช้งานหนักเกินขีดจำกัด จนเกิดการฉีกขาดระดับเล็กน้อย (Microtrauma) ส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นกระบวนการอักเสบเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยมีดังนี้

การทำกิจกรรมเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการพัก เช่น การนั่งพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมง มักเป็นสาเหตุหลักของอาการออฟฟิศซินโดรมที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ เกิดการหดเกร็งและอักเสบเรื้อรัง รวมถึงการออกกำลังกายที่หักโหมเกินความสามารถของร่างกายในขณะนั้น
การก้มลงยกของจากพื้นโดยใช้หลังแทนการใช้ขา หรือการเอื้อมหยิบของในมุมที่ผิดธรรมชาติ ทำให้กล้ามเนื้อต้องรับน้ำหนักหรือแรงกระชากอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้อยึดหรืออักเสบเฉียบพลันได้
การหกล้ม การถูกกระแทกโดยตรง หรือการเล่นกีฬาที่มีการปะทะ ทำให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้รับการบาดเจ็บโดยตรง จนเกิดอาการฟกช้ำ บวม และอักเสบตามมา
ในบางกรณี อาการอักเสบอาจไม่ได้เกิดจากแรงภายนอก แต่เกิดจากโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เข้าไปโจมตีกล้ามเนื้อตัวเอง หรือการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด รวมถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท
สังเกตอาการเบื้องต้นว่าความปวดที่คุณเจอคือการอักเสบหรือไม่ โดยมักมีสัญญาณเตือนดังนี้
ปวด บวม ตึง หรือกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ รู้สึกปวดตุบๆ หรือปวดแปลบเมื่อสัมผัส หรือเห็นรอยบวมแดงชัดเจน
เคลื่อนไหวได้ลำบาก องศาการเคลื่อนไหวลดลง เช่น หันคอได้ไม่สุด หรือเหยียดแขนขาได้ไม่เต็มที่
รู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกไม่มีแรงยกของหรือก้าวเดิน เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้าพบแพทย์ทันที
มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถพยุงตัวได้
มีอาการปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ หรือกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนัก
ผิวหนังบริเวณที่ปวดมีอาการแดง ร้อน และขยายวงกว้าง
อาการกล้ามเนื้ออักเสบสามารถบรรเทาได้หากดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก การปรับพฤติกรรมและเลือกวิธีดูแลที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เบื้องต้นมีวิธีช่วยบรรเทาอาการ ดังนี้

การพักใช้งานกล้ามเนื้อที่มีอาการอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำและช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้ดีขึ้น ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นซ้ำ ๆ ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 1 ชั่วโมง เพื่อลดแรงกดและความล้าสะสมของกล้ามเนื้อ
การประคบช่วยลดอาการปวด และอักเสบของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรเลือกใช้ให้เหมาะกับช่วงเวลาของการบาดเจ็บ ดังนี้
ประคบเย็น ในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เพื่อลดบวม และห้ามเลือด
ประคบร้อน หลังจาก 48 ชั่วโมง หรือเมื่ออาการบวมลดลง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
การยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดการตึงตัว และป้องกันพังผืดยึดเกาะ ควรยืดอย่างช้า ๆ ไม่กระตุก และหยุดทันทีหากรู้สึกเจ็บ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บเพิ่มเติม
ยาแก้ปวด หรือยาลดการอักเสบ เช่น ยากลุ่ม NSAIDs สามารถช่วยบรรเทาอาการปวด และลดการอักเสบได้ในระยะสั้น เหมาะในกรณีที่อาการรบกวนการใช้ชีวิต แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากการใช้ยาไม่เหมาะสม
อุปกรณ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวด เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าคลายกล้ามเนื้อที่ใช้เทคโนโลยี TENS ส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านผิวหนัง เพื่อยับยั้งสัญญาณความปวด และกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และลดอาการปวดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อาการกล้ามเนื้ออักเสบเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า เรากำลังใช้งานมันหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากไลฟ์สไตล์การทำงาน หรือการเล่นกีฬา ทั้งนี้การหมั่นสังเกตพฤติกรรมเสี่ยง ปรับเปลี่ยนท่าทางให้ถูกต้อง และเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว และห่างไกลจากความเจ็บปวดเรื้อรังได้
และหากคุณเริ่มมีอาการปวด ตึง หรือเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ อย่ารอให้อาการลุกลามจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือเลือกเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าคลายกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วย เพื่อบรรเทาอาการปวด และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าคลายกล้ามเนื้อ ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างถี่ถ้วน และได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนการใช้งานเสมอ
หากสนใจเคริ่องกระตุ้นไฟฟ้า OMRON สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านขายชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Lazada และ Shopee ได้แล้ววันนี้ พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้าบ้านคุณทั่วประเทศ
หากเป็นการอักเสบเล็กน้อยจากการใช้งานผิดท่า ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ด้วยการพักผ่อน และประคบเบื้องต้น แต่หากเกิดจากการฉีกขาดรุนแรง หรือโรคประจำตัว จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
ให้ยึดหลักเย็นลดบวม ร้อนลดตึง หากบาดเจ็บใหม่ ๆ มีรอยแดงบวมให้ประคบเย็นก่อน แต่ถ้าเป็นอาการปวดตึงเรื้อรัง หรือผ่านช่วงบาดเจ็บแรกมาแล้ว ให้ประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
ควรหยุดพัก หรือลดระดับความเข้มข้นลง โดยเลี่ยงท่าที่ต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนที่เจ็บโดยตรง การฝืนออกกำลังกายต่ออาจทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นกล้ามเนื้อฉีกขาดได้
อันตรายในแง่ของคุณภาพชีวิต เพราะอาจนำไปสู่ภาวะพังผืดเกาะกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อลีบ หรือส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ และการเคลื่อนไหวในระยะยาว ดังนั้นควรหาสาเหตุ และแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก
โรงพยาบาลเพชรเวช. (2024). กล้ามเนื้ออักเสบ อาการอันตรายที่ท่านไม่ควรละเลย.
สืบค้นจาก https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/muscle-inflammation
ธรรมโรจน์ ปุญญ์โชติ. (ม.ป.ป.) ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง อันตรายแต่รักษาหายได้.
สืบค้นจาก https://www.sikarin.com/doctor-article/ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง-อ
Holly J. Bertone. (2024). Myositis: Types, Symptoms, Causes, and Management Options.
สืบค้นจาก https://www.healthline.com/health/myositis
Veronica Zambon. (2020). Everything you need to know about myositis.
สืบค้นจาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/myositis
|
บทความก่อนหน้า ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของคนทำงาน รู้ทันอาการและวิธีรับมือ |
บทความถัดไป |