
ในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพของหลายคนโดยตรง การดูแลระบบทางเดินหายใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดและหลอดลม การทำความสะอาดโพรงจมูกอย่างถูกวิธีสามารถช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งระคายเคือง ลดความเสี่ยงที่อาการจะกำเริบ ในบทความนี้ OMRON จะพาไปทำความเข้าใจวิธีล้างจมูกตัวเองง่าย ๆ ที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
การล้างจมูกไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด หากทำด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและใช้อุปกรณ์ที่สะอาด จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสารคัดหลั่งที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนสำคัญ 6 ประการดังนี้

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาด อุปกรณ์ที่ต้องมีเลยคือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline 0.9%) กระบอกฉีดยา (Syringe) ขนาด 5 - 20 มล. และอาจใช้จุกยางรองจมูกเพื่อช่วยให้แนบสนิทและลดการระคายเคืองขณะฉีดน้ำเกลือ
เพื่อความสบายขณะล้างจมูก ควรใช้น้ำเกลือที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกาย หรืออย่างน้อยเป็นอุณหภูมิห้อง หากน้ำเกลือเย็นเกินไปอาจกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกหดตัว ทำให้รู้สึกแสบ คัดจมูกหรือไม่สบายขณะล้างได้ ในทางกลับกัน หากใช้น้ำเกลือที่ร้อนเกินไปอาจทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคืองหรือถูกลวกจนบาดเจ็บได้
วิธีการอุ่นน้ำเกลือสามารถทำได้โดยแช่ขวดน้ำเกลือในน้ำอุ่นสักครู่ หรือวางไว้ในอุณหภูมิห้องก่อนใช้งาน หลีกเลี่ยงการอุ่นด้วยไมโครเวฟโดยตรง เพื่อป้องกันอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ การล้างจมูกด้วยวิธีนี้จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้
จัดท่าทางให้เหมาะสมโดยการก้มหน้าลงเหนืออ่างล้างหน้า เอียงศีรษะไปด้านข้างเล็กน้อย โดยให้รูจมูกข้างที่จะล้างอยู่ด้านบน อ้าปากค้างไว้และหายใจทางปากแทนการหายใจทางจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเกลือไหลย้อนลงคอหรือเกิดการสำลัก ไม่ควรเงยหน้าหรือก้มต่ำเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำเกลือไหลเข้าหูหรือคอ ทำให้รู้สึกไม่สบายได้ การจัดท่าให้พอดีจะช่วยให้การล้างจมูกมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
แนบปลายอุปกรณ์ล้างจมูกกับรูจมูกข้างที่อยู่ด้านบนให้สนิท แล้วค่อย ๆ ดันน้ำเกลือเข้าไปช้า ๆ และสม่ำเสมอ น้ำเกลือจะไหลผ่านโพรงจมูกออกอีกข้างหนึ่ง หรือบางส่วนอาจไหลลงคอซึ่งสามารถบ้วนทิ้งได้ ระหว่างฉีดควรกลั้นหายใจหรือออกเสียง “อา” ยาว ๆ เพื่อป้องกันการสำลัก และหลีกเลี่ยงการฉีดแรงเกินไปเพื่อลดการระคายเคือง
หลังจากน้ำเกลือไหลออกมาจนหมดแล้ว ให้สั่งน้ำมูกเบา ๆ เพื่อไล่น้ำเกลือและเมือกที่ยังค้างอยู่ภายในโพรงจมูกออกมา ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ เพราะอาจทำให้เกิดแรงดันจนรู้สึกหูอื้อ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบได้
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสะอาด แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม ดังนี้
ชะล้างฝุ่น PM 2.5 และสารก่อภูมิแพ้ที่ติดค้างในโพรงจมูก ลดการสะสมของอนุภาคขนาดเล็กที่เกาะอยู่ตามขนจมูกและเยื่อบุจมูก
ช่วยลดอาการคัดจมูก รวมถึงอาการน้ำมูกไหลและอาการจามจากภูมิแพ้ และลดความถี่ในการจามได้อย่างเห็นได้ชัด
ช่วยบรรเทาอาการของโรคไซนัสอักเสบและหวัด ช่วยให้ระบายหนองและน้ำมูกข้นเหนียวออกจากโพรงไซนัสได้ดีขึ้น ทำให้หายใจสะดวก
ทำให้เยื่อบุจมูกชุ่มชื้น ช่วยให้เยื่อบุจมูกที่ไม่ถูกรบกวนจากฝุ่นละอองกลับมาทำงานได้ตามปกติ ลดอาการระคายเคืองและเลือดกำเดาไหลจากจมูกแห้ง
สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบหรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้อาการกำเริบได้ง่าย ทั้งอาการหายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอกและอาการไอเรื้อรัง เบื้องต้นหากล้างจมูกเพื่อลดฝุ่นแล้ว ก็อาจจะยังทำให้อาการกำเริบได้ เครื่องพ่นละอองยาเป็นอีกอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับอาการได้ดีขึ้น โดยจะช่วยบรรเทาอาการหอบและทำให้หายใจสะดวกขึ้น การมีเครื่องพ่นละอองยาไว้ที่บ้านยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แม้ต้องเผชิญกับช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 หนักต่อเนื่อง
เพื่อให้การดูแลสุขภาพทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเลือกใช้เครื่องพ่นละอองยาที่ได้มาตรฐานก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เครื่องพ่นละอองยาจาก OMRON สร้างอนุภาคละอองยามีขนาดเล็ก ให้ตัวยาเข้าสู่ทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีหลากหลายรุุ่นให้เลือกใช้งาน ทำให้สามารถใช้งานที่บ้าน หรือพกพาได้สะดวก อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องพ่นละอองยาและชนิดของยาที่ใช้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยซื้อยามาใช้ด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ และสำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านร้านค้าออฟฟิเชียล ทั้ง Lazada และ Shopee ได้แล้ววันนี้

วิธีล้างจมูกที่ถูกต้องถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลระบบทางเดินหายใจในยุคที่มลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่กลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการสะสมของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้และสิ่งระคายเคืองในโพรงจมูก ช่วยให้หายใจโล่งและลดโอกาสเกิดอาการผิดปกติ
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ การดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน ทั้งการล้างจมูก การหลีกเลี่ยงฝุ่นและการเตรียมอุปกรณ์ดูแลรักษาไว้ให้พร้อม จะช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อดูแลอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี จะช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
โดยปกติสามารถล้างได้วันละ 1 - 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำมูกมากและคัดจมูก แต่ในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง อาจเพิ่มความถี่ได้ตามความเหมาะสม
หากใช้น้ำเกลือที่สะอาดและทำถูกวิธี มักไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง แต่อาจมีอาการหูอื้อชั่วคราวหากสั่งน้ำมูกแรงเกินไป หรือสำลักหากไม่ก้มหน้าและอ้าปากขณะล้าง
ควรสวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงหนัก และเมื่อกลับเข้าที่พักควรรีบอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายและล้างจมูกทันทีเพื่อลดปริมาณฝุ่นสะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก
โรงพยาบาลเพชรเวช. (2022). ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ อีกวิธีในการป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย. สืบค้นจาก https://www.petcharavejhospital.com/en/Article/article_detail/Nasal-Irrigation-another-to-prevent-bacteria-from-entering-the-body
โรงพยาบาลศิครินทร์. (ม.ป.ป.). ล้างจมูก ไม่ยาก วิธีการล้างจมูกที่ถูกต้อง. สืบค้นจาก https://www.sikarin.com/health/ล้างจมูก
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2018). ล้างจมูกให้ถูกวิธีง่ายนิดเดียว. สืบค้นจาก https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/500
|
บทความก่อนหน้า โรคหอบหืด ห้ามกินอะไรบ้าง? เพื่อป้องกันอาการหอบกำเริบ |
บทความถัดไป |