
อาการปวดหลังถือเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีอาการปวดหลังข้างซ้าย หรือปวดเอวข้างซ้าย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังพยายามบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น อาการปวดในบริเวณนี้ สามารถเกิดได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ ไปจนถึงความผิดปกติของอวัยวะภายในที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจสาเหตุ และสังเกตอาการอย่างถูกวิธี จะช่วยให้รับมือกับความเจ็บปวดได้
อาการปวดหลังฝั่งซ้ายสามารถแบ่งกลุ่มสาเหตุหลักออกเป็น 2 กลุ่ม คือปัญหาจากระบบกล้ามเนื้อและกระดูกซึ่งพบได้บ่อยที่สุด และปัญหาจากอวัยวะภายในที่อาจมีความรุนแรงและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดมักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างหนัก การยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการออกกำลังกายที่หักโหมจนเกินไป ปัจจัยเหล่านี้สามารถนำไปสู่อาการกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดตึงชัดเจนที่แผ่นหลัง หรือรู้สึกล้าเฉพาะจุด และอาการมักจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการขยับตัว ก้ม บิดตัว หรือยกของ
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลัง การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ รวมถึงการจัดระดับโต๊ะทำงาน และเก้าอี้ที่ไม่สัมพันธ์กับสรีระ ล้วนเป็นปัจจัยสะสมที่ทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม นอกจากนี้ การนอนตะแคงซ้ายท่าเดิมนาน ๆ ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อด้านนั้นถูกกดทับ และเกิดอาการปวดเอวข้างซ้ายได้เช่นกัน
หากหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเกิดการเคลื่อน หรือปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทข้างซ้าย จะทำให้เกิดอาการปวดหลังด้านซ้าย ซึ่งมักมีอาการปวดร้าวลงขาข้างซ้ายร่วมด้วย อาการปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมักจะกำเริบ หรือปวดมากขึ้นเมื่อต้องนั่งเป็นเวลานาน ก้มตัว ไอ หรือจาม
อาการปวดหลังข้างซ้ายอาจไม่ได้มาจากกระดูกและกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเป็นสัญญาณเตือนจากอวัยวะภายในอย่างไตได้ ผู้ที่มีปัญหานิ่วในไต หรือกรวยไตอักเสบ มักจะมีอาการปวดบั้นเอวซ้ายเป็นพัก ๆ โดยอาจมีอาการไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย
อาการปวดหลัง หรือปวดเอวบางประเภทอาจเป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ทันที โดยจุดสังเกตที่บ่งชี้ว่าควรรีบไปพบแพทย์มีดังนี้
มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวมาที่หลัง หรือแขนซ้าย ร่วมกับอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อแตก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
มีอาการปวดร้าวลงขา น่อง หรือเท้า ร่วมกับอาการชา หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง
ปวดรุนแรงฉับพลัน อาการไม่ทุเลาลงเมื่อได้พัก หรือปวดจนต้องตื่นมากลางดึก มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการปัสสาวะแสบขัด
อาการปวดหลังเรื้อรังติดต่อกันเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือนโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
หากประเมินแล้วว่าอาการปวดเกิดจากระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่ไม่อันตรายรุนแรง สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
แนะนำให้หยุดพักการใช้งานหลัง และหลีกเลี่ยงการยกของหนักชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาทเกิดการบาดเจ็บ หรืออักเสบเพิ่มเติม
ควรขยับเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 30 - 45 นาที พร้อมปรับท่านั่งทำงานให้ถูกสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในอริยาบถเดิมเป็นเวลานาน เพื่อลดอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลัง
การออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนหลังอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยป้องกัน และบรรเทาอาการปวดหลังจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
ในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรกที่เพิ่งเริ่มมีอาการปวด หรืออักเสบ แนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบ หลังจากนั้นหากยังมีอาการปวดเรื้อรัง ให้เปลี่ยนเป็นการประคบร้อนเพื่อช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนดีขึ้น และช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว
การเลือกใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าคลายกล้ามเนื้อ หรือเทคโนโลยี TENS เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลตัวเองที่บ้าน โดยหลักการทำงาของเครื่องนี้จะส่งกระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำไปขัดขวางสัญญาณความเจ็บปวด ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยบรรเทาอาการปวดเอวข้างซ้ายลงได้
ในปัจจุบัน เครื่อง TENS ของ OMRON ได้รับการพัฒนาให้ห้ตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้าน โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้
โหมดการบำบัดที่ครอบคลุม มีการตั้งค่าโหมดเฉพาะจุดสำหรับแผ่นหลัง หรือช่วงเอว ไปจนถึงโหมดจำลองการนวดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทุบ คลึง และบีบนวด ช่วยให้ผู้ใช้เลือกรูปแบบที่ตรงกับลักษณะอาการปวดได้อย่างเหมาะสม
ปรับระดับความแรงได้ สามารถปรับระดับความแรงของกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมกับระดับความเจ็บปวดของแต่ละบุคคลได้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายโดยไม่เกิดความเจ็บปวดระหว่างใช้งาน
น้ำหนักเบาและพกพาง่าย ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถนำไปใช้งานได้ทุกที่ รวมถึงมีฟังก์ชันตัดการทำงานอัตโนมัติ ปิดเครื่องเองเมื่อใช้งานครบตามเวลาที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ดังนั้น การมีเครื่องนวดกระตุ้นไฟฟ้าติดบ้านไว้ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าเบื้องต้น สำหรับผู้ที่มีอาการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายตัว เพื่อให้คุณพร้อมทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้คล่องตัวยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มใช้งานทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

อาการปวดหลังข้างซ้าย และปวดเอวข้างซ้าย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและกระดูก ไปจนถึงความผิดปกติของอวัยวะภายใน การหมั่นสังเกตลักษณะอาการปวดและอาการร่วมอื่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รับมือได้อย่างถูกต้อง หากเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป การพักผ่อน ปรับเปลี่ยนท่าทาง หรือใช้เครื่องนวดผ่อนคลายก็เพียงพอที่จะทำให้อาการดีขึ้นได้ แต่หากพบสัญญาณอันตราย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาอย่างทันท่วงที
ขอบคุณที่มาจาก
ธนิตา ปัญญาอมรวัฒน์. (2026). ปวดหลังด้านซ้าย ปวดหลังข้างซ้าย สาเหตุคืออะไร พร้อมวิธีดูแลรักษา. สืบค้นได้จาก https://www.vichaiyut.com/th/health-information/left-side-back-pain/detail
ปริญญา บุณยสนธิกุล. (ม.ป.ป.). ปวดหลังช่วงเอว ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรละเลย. สืบค้นจาก https://www.nakornthon.com/article/detail/hip-pain
ปิลันธน์ ใจปัญญา. (2024). ปวดหลัง สัญญาณโรคที่ไม่ควรมองข้าม. สืบค้นจาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/อาการปวดหลัง-สัญญาณโรคท/
โรงพยาบาลศิครินทร์.(ม.ป.ป.). 9 ตำแหน่งปวด บ่งบอกโรคได้. สืบค้นจาก https://www.sikarin.com/health/9-ตำแหน่งปวด
ศุภกิจ พิมลธเรศ. (ม.ป.ป.). ปวดหลังแบบไหน ต้องรีบไปพบแพทย์. สืบค้นจาก https://praram9.com/th/articles/back-pain
สำนักผู้ทรงคุณวุฒิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2023). อาการปวดหลัง. สืบค้นจาก https://msto.dmsc.moph.go.th/login/showimgdetil.php?id=663
มีโอกาสเกี่ยวข้องกับไตได้ หากอาการปวดเอวข้างซ้ายนั้นมีลักษณะปวดเป็นพัก ๆ และมีอาการร่วมอย่างไข้สูง หนาวสั่น หรือมีอาการปัสสาวะแสบขัด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคนิ่วในไต หรือกรวยไตอักเสบ
หากมั่นใจว่า อาการปวดมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ ควรหยุดพักกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกปวด ใช้การประคบเย็นในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรกแล้วตามด้วยประคบร้อน รวมถึงหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ระหว่างวัน
สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรเน้นไปที่การยืดเหยียดเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลัง อย่างไรก็ตาม หากออกกำลังกายแล้วมีอาการปวดรุนแรงขึ้น หรือมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หน้ามืด ควรหยุดพักและไปพบแพทย์ทันที
|
บทความก่อนหน้า Trigger Point คืออะไร? เช็กอาการจุดกดเจ็บ พร้อมวิธีรักษา |
บทความถัดไป |